ลวดเชื่อมไฟฟ้าแบบก้านธูปมีหลายประเภท แยกตามชนิดโลหะ คุณสมบัติทางกล ฟลักซ์หุ้มลวด ท่าเชื่อม และกระแสไฟที่ใช้ สำหรับงานเหล็กคาร์บอนต่ำ รหัสที่พบเป็นประจำ ได้แก่ E6013, E7018 และ E7016 โดย E6013 เหมาะกับงานเหล็กทั่วไปและโลหะแผ่น ส่วน E7018 กับ E7016 เป็นลวดไฮโดรเจนต่ำที่ใช้กับงานซึ่งต้องควบคุมความแข็งแรงและความเสี่ยงจากการแตกร้าวมากขึ้น
บทความนี้จะมาทำความรู้จักกับลวดก้านธูปสำหรับการเชื่อม MMA หรือ SMAW โดยเฉพาะ หากต้องการเปรียบเทียบลวดธูป ลวด MIG ลวด TIG และลวดฟลักซ์คอร์ สามารถอ่านต่อได้ที่ ลวดเชื่อมคืออะไร มีกี่ประเภท เลือกให้เหมาะกับงานยังไง
รหัส E6013 E7018 และ E7016 บอกอะไร
รหัสตาม AWS ช่วยบอกคุณสมบัติพื้นฐานของลวดเชื่อม โดยตัวอักษร E หมายถึง Electrode หรือลวดเชื่อมที่นำกระแสไฟ ตัวเลขสองหลักถัดมาแสดงค่าความต้านแรงดึงขั้นต่ำของเนื้อโลหะเชื่อมในหน่วยพันปอนด์ต่อตารางนิ้ว ส่วนตัวเลขหลักที่สามระบุท่าเชื่อม และตัวเลขหลักสุดท้ายสัมพันธ์กับชนิดสารพอกหุ้มและกระแสไฟที่รองรับ
ตัวอย่าง E6013 เลข 60 หมายถึงเนื้อโลหะเชื่อมมีค่าความต้านแรงดึงขั้นต่ำ 60,000 psi ส่วนเลข 70 ใน E7016 และ E7018 หมายถึงขั้นต่ำ 70,000 psi เลข 1 ระบุว่าใช้ได้ทุกท่าเชื่อมตามข้อกำหนดของลวด แต่คำว่า “ทุกท่า” ไม่ควรถูกตีความว่าลวดทุกรุ่นจะเหมาะกับการเดินแนวดิ่งลง ผู้ใช้ยังต้องตรวจเอกสารของผู้ผลิตและวิธีเชื่อมที่กำหนดไว้สำหรับงานนั้น
เลข 3, 6 และ 8 ท้ายรหัสไม่ได้ใช้เรียงระดับคุณภาพ เลขเหล่านี้บอกกลุ่มของฟลักซ์และลักษณะการใช้กระแสไฟ E6013 อยู่ในกลุ่มฟลักซ์รูไทล์หรือ High Titania Potassium ขณะที่ E7016 และ E7018 อยู่ในกลุ่มไฮโดรเจนต่ำ โดย E7018 มีส่วนผสมผงเหล็กในสารพอกหุ้มเพื่อช่วยเพิ่มอัตราการเติมเนื้อเชื่อม
E7018
E (Electrode): หมายถึง ลวดเชื่อมที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้า
ตัวเลข 2 หลักแรก (60 / 70): ค่าความต้านแรงดึงขั้นต่ำ (Tensile Strength)
- 60 = 60,000 psi
- 70 = 70,000 psi
ตัวเลขหลักที่สาม (1): ระบุท่าเชื่อมที่รองรับ (1 = เชื่อมได้ทุกท่าเชื่อม เช่น แนวราบ, ขึ้นแนวตั้ง, เหนือหัว)
ตัวเลขหลักสุดท้าย (3 / 6 / 8): ระบุชนิดของสารพอกหุ้ม (Flux) และชนิดกระแสไฟที่รองรับ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: ตัวเลขหลักสุดท้าย "ไม่ได้เรียงตามลำดับคุณภาพหรือความแข็งแรง" แต่เป็นตัวบอกกลุ่มฟลักซ์ โดยเลข 3 คือกลุ่มฟลักซ์รูไทล์ (Rutile) ส่วน 6 และ 8 คือกลุ่มไฮโดรเจนต่ำ (Low Hydrogen) ซึ่งเลข 8 จะมีส่วนผสมของ ผงเหล็ก (Iron Powder) เพิ่มเข้ามาเพื่อให้อัตราการเติมเนื้อเชื่อมสูงขึ้น
ตารางเปรียบเทียบ E6013 E7018 และ E7016
|
รหัสลวด |
ความต้านแรงดึงขั้นต่ำ |
ลักษณะฟลักซ์ |
ลักษณะการใช้งาน |
กระแสที่พบโดยทั่วไป |
งานที่เหมาะ |
|
E6013 |
60,000 psi |
รูไทล์ |
อาร์กนุ่ม เริ่มอาร์กง่าย การกินลึกค่อนข้างตื้น สแลกเคาะง่าย |
AC, DCEN หรือ DCEP ตามผู้ผลิต |
|
|
E7016 |
70,000 psi |
ไฮโดรเจนต่ำ |
บ่อหลอมควบคุมได้ดี การกินลึกและการหลอมประสานเหมาะกับงานที่ต้องควบคุมคุณภาพ |
AC หรือ DCEP ตามผู้ผลิต |
|
|
E7018 |
70,000 psi |
ไฮโดรเจนต่ำผสมผงเหล็ก |
อาร์กนุ่ม เนื้อเชื่อมเติมได้มาก แนวเชื่อมเรียบ |
AC หรือ DCEP ตามผู้ผลิต |
|
หมายเหตุ: เปรียบเทียบลวดตามกลุ่ม AWS เท่านั้น สูตรฟลักซ์ ช่วงแอมป์ ขั้วไฟ และคุณสมบัติทางกลอาจแตกต่างตามสินค้า ควรยึดฉลาก ใบข้อมูลผลิตภัณฑ์ และ Welding Procedure Specification หรือ WPS ของงานเป็นหลัก
เจาะลึกการเลือกใช้งานลวดเชื่อมแต่ละรหัส
1. E6013 เหมาะกับงานเหล็กทั่วไปและชิ้นงานบาง
E6013 เป็นลวดเชื่อมไฟฟ้าที่ช่างทั่วไปพบได้บ่อย เพราะเริ่มอาร์กซ้ำง่าย อาร์กไม่รุนแรงมาก สะเก็ดค่อนข้างน้อย และเคาะสแลกได้สะดวก การกินลึกไม่มากจึงช่วยลดโอกาสเชื่อมทะลุเมื่อทำงานกับโลหะแผ่น แต่ผิวชิ้นงานยังควรผ่านการขัดสนิม สี น้ำมัน และสิ่งสกปรกบริเวณรอยต่อก่อนเชื่อม
- งานที่เหมาะ: ประตู, รั้ว, เฟอร์นิเจอร์เหล็ก, ถังน้ำ, งานประกอบโลหะแผ่น
- ตัวอย่างสินค้าแนะนำ: KOVET KV-26 (AWS A5.1 E6013) ลวดเชื่อมเหล็กเหนียวคุณภาพสูง จุดอาร์กง่าย สแลกร่อนเอง ใช้งานได้ดีทั้งตู้เชื่อม AC และ DC
E6013 ไม่ควรถูกเลือกแทน E7016 หรือ E7018 เพียงเพราะเชื่อมง่ายกว่า หากแบบก่อสร้าง WPS หรือวิศวกรระบุชั้นความแข็งแรงและชนิดลวดไว้ ต้องใช้ลวดตามข้อกำหนดนั้น
2. E7018 เหมาะกับงานรับแรงและการเติมแนวเชื่อม
E7018 เป็นลวดไฮโดรเจนต่ำที่ใช้แพร่หลายในงานโครงสร้างเหล็ก งานเชื่อมหลายชั้น และรอยต่อที่ต้องควบคุมความแข็งแรง ผงเหล็กในสารพอกหุ้มช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อโลหะที่เติมลงในแนวเชื่อม จึงเหมาะกับการเติมและปิดแนวในงานที่มีปริมาณเชื่อมมาก
ลวดประเภทนี้ต้องได้รับการดูแลเรื่องความชื้นมากกว่า E6013 เมื่อสารพอกหุ้มดูดความชื้น ปริมาณไฮโดรเจนที่เข้าสู่แนวเชื่อมอาจเพิ่มขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกร้าวในเหล็กบางเกรด โดยเฉพาะรอยต่อหนา งานที่มีการยึดรั้งสูง หรือชิ้นงานที่เย็นตัวเร็ว ผู้ใช้ควรเปิดบรรจุภัณฑ์เมื่อพร้อมใช้งานและเก็บตามอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนด
ข้อควรระวังสำคัญ: ลวดกลุ่มไฮโดรเจนต่ำไวต่อ "ความชื้น" มาก หากลวดชื้นจะเกิดแก๊สไฮโดรเจนแทรกซึมในเนื้อเชื่อม ทำให้เกิดรอยแตกร้าว (Cold Cracking) ได้ จึงต้องเก็บในที่แห้ง หรือนำเข้า ตู้อบลวดเชื่อม ตามอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนนำไปใช้งาน
3. E7016 ต่างจาก E7018 ตรงปริมาณผงเหล็กและลักษณะการเดินแนว
E7016 มีชั้นความแข็งแรงขั้นต่ำ 70,000 psi และเป็นลวดไฮโดรเจนต่ำเช่นเดียวกับ E7018 ความแตกต่างหลักอยู่ที่ส่วนประกอบของสารพอกหุ้ม E7018 มีผงเหล็กมากกว่า จึงเติมเนื้อเชื่อมได้เร็วและเหมาะกับแนวเติมหรือแนวปิด ส่วน E7016 มักมีสารพอกหุ้มบางกว่าและให้การควบคุมบ่อหลอมที่เหมาะกับงานรากแนวเชื่อม งานท่อ หรือรอยต่อที่ต้องเข้าถึงบริเวณแคบ
เลือกขนาดลวดคู่กับรหัสลวด
หลังเลือกรหัสแล้ว ต้องเลือกเส้นผ่านศูนย์กลางให้เหมาะกับความหนาชิ้นงาน ท่าเชื่อม และช่วงกระแสของเครื่อง ลวดขนาด 2.6 มม. ควบคุมความร้อนได้ง่ายกว่าเมื่อเชื่อมงานบาง ส่วนขนาด 3.2 มม. ใช้กับงานทั่วไปได้กว้างและเติมเนื้อเชื่อมได้มากขึ้น ขนาด 4.0 มม. ต้องการกระแสสูงขึ้นและเหมาะกับเหล็กหนาหรืองานที่ต้องเติมแนวมาก
ค่าแอมป์ของลวดขนาดเดียวกันยังต่างกันได้ตามรหัสและผู้ผลิต จึงควรใช้ช่วงกระแสที่พิมพ์บนกล่อง ไม่ควรใช้ค่าของ E6013 ไปตั้งกับ E7018 โดยอัตโนมัติ หากกระแสต่ำเกินไปอาจเกิดการหลอมประสานไม่สมบูรณ์ ส่วนกระแสสูงเกินไปอาจทำให้เกิดรอยแหว่งขอบ แนวเชื่อมแบน หรือสารพอกหุ้มเสียหายจากความร้อน
ก่อนหยิบลวดลงหน้างานให้ดู 5 อย่าง
แทนการจำว่า E7018 แข็งแรงกว่า E6013 แล้วเลือกจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว ให้ตรวจข้อมูลต่อไปนี้จากแบบงาน WPS และฉลากสินค้า
- ชนิดและชั้นความแข็งแรงของโลหะชิ้นงาน
- รหัส AWS ที่แบบงานหรือ WPS กำหนด
- ท่าเชื่อมและลักษณะรอยต่อ
- ขนาดลวด ช่วงแอมป์ และขั้วไฟที่ผู้ผลิตแนะนำ
- สภาพบรรจุภัณฑ์และประวัติการเก็บรักษา โดยเฉพาะลวดไฮโดรเจนต่ำ
สำหรับงานซ่อมทั่วไปที่ไม่มีข้อกำหนดทางวิศวกรรม E6013 ใช้งานสะดวกและเหมาะกับเครื่องเชื่อมหลายขนาด งานโครงสร้างหรืองานรับแรงควรพิจารณา E7016 หรือ E7018 ตาม WPS ส่วนการเลือกระหว่างสองรหัสนี้ต้องดูหน้าที่ของแนวเชื่อม วิธีเดินแนว และข้อกำหนดของโครงการร่วมกัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
E6013 กับ E7018 ใช้แทนกันได้ไหม
ไม่ควรสลับกันโดยอัตโนมัติ เพราะความแข็งแรง ชนิดฟลักซ์ การกินลึก และการควบคุมความชื้นต่างกัน งานที่ระบุ E7018 ตาม WPS ต้องใช้ลวดตามที่อนุมัติ ส่วนงานซ่อมทั่วไปซึ่งไม่ได้กำหนดคุณสมบัติทางวิศวกรรมอาจเลือก E6013 ได้ตามความเหมาะสมของชิ้นงาน
E7016 กับ E7018 แบบไหนแข็งแรงกว่า
ทั้งสองรหัสอยู่ในชั้นความต้านแรงดึงขั้นต่ำ 70,000 psi ตาม AWS A5.1 จึงไม่ควรตัดสินว่า E7018 แข็งแรงกว่าเพราะตัวเลขท้ายสูงกว่า ความต่างอยู่ที่สารพอกหุ้ม ลักษณะการอาร์ก ปริมาณการเติมเนื้อเชื่อม และคุณสมบัติเฉพาะของผลิตภัณฑ์
ลวด E7018 ใช้กับตู้เชื่อมไฟบ้านได้ไหม
ใช้ได้เมื่อเครื่องรองรับช่วงแอมป์และชนิดกระแสตามฉลากลวด ลวด E7018 บางรุ่นออกแบบให้ใช้ AC หรือ DCEP แต่ตู้เชื่อมขนาดเล็กบางเครื่องอาจมีแรงดันวงจรเปิดหรือสมรรถนะการอาร์กไม่เหมาะกับลวดบางสูตร ควรตรวจคู่มือเครื่องและข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ก่อนใช้งาน
ลวดเชื่อมชื้นยังนำมาใช้ได้หรือไม่
หากเป็นลวด E6013 ทั่วไป สามารถตากแดดหรืออบไล่ความชื้นเบื้องต้นได้ แต่หากเป็นลวดไฮโดรเจนต่ำ (E7016 / E7018) ที่ใช้ในงานโครงสร้าง ต้องอบซ้ำในตู้อบลวดเชื่อมตามอุณหภูมิและระยะเวลาที่ผู้ผลิตระบุไว้บนกล่องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาแนวเชื่อมแตกร้าว