ช่างหลายคนเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตัดงานสแตนเลสเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปไม่กี่วันกลับมีสนิมขึ้นตามรอยตัด ทั้งที่วัสดุก็คือสแตนเลสซึ่งขึ้นชื่อว่าไม่เป็นสนิม พอเจอแบบนี้หลายคนสงสัยว่าซื้อสแตนเลสปลอมมาหรือเปล่า แต่ในความเป็นจริง สาเหตุที่พบบ่อยกว่ามากคือใบตัดที่ใช้ เพราะการตัดสแตนเลสด้วยใบตัดเหล็กธรรมดาทิ้งร่องรอยไว้บนผิวงานโดยที่มองไม่เห็นในวันแรก
ใบตัดสแตนเลสกับใบตัดเหล็กหน้าตาคล้ายกันมาก ขนาดเท่ากัน ใส่เครื่องเจียรตัวเดียวกันได้ จนหลายคนเข้าใจว่าต่างกันแค่ฉลากกับราคา บทความนี้จะอธิบายว่าของสองอย่างนี้ต่างกันตรงไหน ทำไมถึงใช้สลับกันไม่ได้ และเวลาซื้อแผ่นตัดสแตนเลสควรดูอะไรบ้าง
ใบตัดสแตนเลสกับใบตัดเหล็ก ต่างกันที่ส่วนผสมในเนื้อใบ
ความต่างจริง ๆ ของใบตัดสองแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ความคม แต่อยู่ที่ส่วนผสมทางเคมีในเนื้อใบ ใบตัดเหล็กทั่วไปมีสารประกอบของเหล็ก กำมะถัน และคลอรีนผสมอยู่ในเนื้อใบและตัวประสาน ซึ่งไม่มีผลอะไรเมื่อใช้ตัดเหล็ก แต่เป็นปัญหาทันทีเมื่อไปเจอสแตนเลส
ส่วนใบตัดสแตนเลสผลิตด้วยสูตรที่ควบคุมไม่ให้มีสามตัวนี้ปนเปื้อน คือปลอดเหล็ก ปลอดกำมะถัน และปลอดคลอรีน จุดสังเกตบนตัวใบคือคำว่า INOX ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส inoxydable แปลว่าไม่เป็นสนิม เป็นคำที่ผู้ผลิตใบตัดทั่วโลกใช้ระบุว่าใบนั้นออกแบบมาสำหรับงานสแตนเลสโดยเฉพาะ
|
เปรียบเทียบ |
ใบตัดเหล็ก |
ใบตัดสแตนเลส (INOX) |
|
ส่วนผสมในเนื้อใบ |
มีเหล็ก กำมะถัน คลอรีน |
ปลอดเหล็ก กำมะถัน คลอรีน |
|
ความหนาที่พบทั่วไป |
2–3 มม. |
บางกว่า ราว 1.0–1.2 มม. (แบบหนามี 1.5–2.0 มม.) เพื่อลดความร้อนสะสม |
|
สัญลักษณ์บนใบ |
ระบุสำหรับ Metal / Steel |
มีคำว่า INOX หรือ Stainless บนตัวใบ |
|
ตัดเหล็กทั่วไป |
ได้ เป็นงานหลักของใบ |
ได้ แต่ใบสึกเร็วกว่า |
|
ตัดสแตนเลส |
ไม่ควร เสี่ยงปนเปื้อนจนเกิดสนิม |
ได้ เป็นงานที่ออกแบบมาโดยตรง |
ตัดสแตนเลสด้วยใบตัดเหล็ก แล้วเกิดอะไรขึ้น
ใบตัดเหล็กตัดสแตนเลสขาดได้ก็จริง แต่ทิ้งความเสียหายไว้บนผิวงาน 2 อย่างที่จะแสดงผลเป็นสนิมในอีกไม่กี่วันถัดมา ยิ่งเป็นงานเกี่ยวกับอาหาร ราวบันได หรืองานที่ลูกค้าเห็นผิววัสดุตลอดเวลา ก็ยิ่งกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องกลับไปแก้
- ผิวงานปนเปื้อนเหล็ก ระหว่างตัด เนื้อใบจะสึกและปล่อยอนุภาคเหล็กกับกำมะถันฝังลงรอยตัดด้วยความร้อนและแรงกด มองไม่เห็นด้วยตา แต่พอเจอความชื้นจะกลายเป็นจุดเริ่มของสนิม นี่คือสาเหตุที่งานสแตนเลสขึ้นสนิมตามแนวตัดทั้งที่วัสดุไม่ได้มีปัญหา
- ฟิล์มกันสนิมถูกความร้อนทำลาย สแตนเลสกันสนิมได้เพราะมีฟิล์มโครเมียมออกไซด์เคลือบผิวอยู่ ใบตัดเหล็กซึ่งหนากว่าสร้างความร้อนสะสมมากกว่าตอนตัด ถ้ารอยตัดเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือสีรุ้ง แปลว่าฟิล์มบริเวณนั้นเสียหายแล้ว และกลายเป็นจุดอ่อนให้การกัดกร่อนเริ่มต้น
ใช้ใบตัดสแตนเลสตัดเหล็กได้ไหม
ตัดได้ ไม่มีปัญหาเรื่องปนเปื้อนเหมือนทิศทางแรก เพราะเหล็กทั่วไปไม่ได้พึ่งฟิล์มป้องกันแบบสแตนเลส แต่มี 2 เรื่องที่ควรรู้ก่อนใช้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงควรแยกใบตามวัสดุ งานเหล็กใช้ใบเหล็ก งานสแตนเลสใช้ใบสแตนเลส
- ใบสึกเร็วกว่า เม็ดขัดของใบสแตนเลสออกแบบให้แตกตัวง่ายเพื่อคงความคมและลดความร้อน พอเจอเหล็กที่เนื้อเหนียวกว่า ใบจึงหมดเร็ว ถ้างานหลักคือเหล็ก ใช้ใบตัดเหล็กประหยัดกว่า
- ใบที่ตัดเหล็กแล้ว ห้ามกลับมาตัดสแตนเลส เศษเหล็กจะฝังอยู่ตามผิวใบ ทำให้ใบนั้นไม่ใช่ใบปลอดเหล็กอีกต่อไป ต่อให้ตอนซื้อมาเป็นใบ INOX ก็ตาม
สนิมบนสแตนเลสไม่ได้มาจากใบตัดอย่างเดียว
มีอีกเรื่องที่ช่างงานสแตนเลสควรรู้ คือการปนเปื้อนเหล็กเกิดจากอุปกรณ์รอบตัวได้ด้วย โต๊ะงานที่เพิ่งเจียรเหล็กเสร็จ ปากกาจับชิ้นงานหรือแคลมป์ที่จับเหล็กมาตลอด รวมถึงแปรงลวดเหล็กที่เคยขัดงานเหล็ก ทั้งหมดนี้มีเศษเหล็กเกาะอยู่ และถ่ายลงผิวสแตนเลสได้เมื่อสัมผัสกัน
ร้านหรือโรงงานที่ทำทั้งงานเหล็กและงานสแตนเลสจึงนิยมแยกโซนหรือแยกชุดอุปกรณ์ออกจากกัน อย่างน้อยที่สุดคือแยกใบตัด ใบเจียร และแปรงลวดเป็นคนละชุด ไม่ควรใช้ข้ามงาน วิธีนี้ต้นทุนเพิ่มไม่มาก แต่ตัดสาเหตุสนิมที่ตามหาตัวการยากที่สุดออกไปได้
วิธีเลือกใบตัดสแตนเลสก่อนซื้อ ดูอะไรบ้าง
การเลือกใบตัดสแตนเลสหรือแผ่นตัดสแตนเลสให้ถูกตั้งแต่ตอนซื้อ ช่วยตัดปัญหาทั้งเรื่องสนิม รอยไหม้ และความปลอดภัยไปได้เยอะ ก่อนหยิบลงตะกร้ามี 4 เรื่องที่ควรเช็กดังนี้
- คำว่า INOX ต้องอยู่บนตัวใบ นอกจากดูที่กล่องแล้ว ควรเช็กที่ตัวใบด้วย เพราะในการทำงานจริงใบตัดมักถูกแกะออกจากกล่องไปแล้ว ข้อความบนตัวใบจึงบอกได้ว่าใช้ถูก
- ความหนาเลือกตามชิ้นงาน ชิ้นงานบางกว่า 3 มม. ใช้ใบบาง 1.0–1.2 มม. เพราะสร้างความร้อนน้อย ลดโอกาสรอยตัดไหม้จนเปลี่ยนสี ส่วนชิ้นงานหนากว่านั้นใช้ 1.5–2.0 มม. จะคุมแนวตัดง่ายกว่า
- ขนาดใบตรงกับเครื่อง เส้นผ่านศูนย์กลางและรูแกนต้องตรงกับเครื่องเจียรที่ใช้ และรอบสูงสุดของใบต้องไม่ต่ำกว่ารอบเครื่อง
- วันหมดอายุที่วงแหวนกลางใบ ใบตัดมีอายุเก็บรักษาประมาณ 3 ปีจากวันผลิต เพราะตัวประสานเรซินเสื่อมตามเวลาและความชื้น ใบเก่าเกินอายุเสี่ยงเปราะและแตกขณะใช้งาน
สำหรับคนที่หาใบตัดสำหรับงานสแตนเลสโดยเฉพาะ ดูรุ่นและขนาดได้ที่หมวดใบตัดสแตนเลส KOVET ส่วนงานเหล็กทั่วไปดูได้ที่หมวดใบตัดเหล็ก แผ่นตัด
สรุป ใบตัดสแตนเลสกับใบตัดเหล็กต่างกันที่เคมี ไม่ใช่ความคม
ใบตัดสแตนเลสต่างจากใบตัดเหล็กตรงที่เนื้อใบปลอดเหล็ก กำมะถัน และคลอรีน เพื่อไม่ให้ปนเปื้อนผิวสแตนเลสจนเกิดสนิม การใช้ใบเหล็กตัดสแตนเลสจึงเป็นเรื่องที่ควรเลี่ยงเสมอ ส่วนใบสแตนเลสตัดเหล็กได้แต่ใบหมดเร็ว และเมื่อใช้กับเหล็กแล้วไม่ควรกลับมาใช้กับสแตนเลสอีก วิธีที่ง่ายและถูกที่สุดในระยะยาวคือมีใบแยกกันสองชุดตามวัสดุ
ถ้าไม่แน่ใจว่างานของตัวเองควรใช้ใบแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ ทักมาสอบถามทีม KOVET ได้ที่ LINE @waf5269g พร้อมบอกวัสดุและเครื่องที่ใช้ ให้ทีมช่วยแนะนำรุ่นได้เลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใบตัดเหล็กตัดสแตนเลสได้ไหม
ตัดขาดได้แต่ไม่ควรทำ เพราะอนุภาคเหล็กและกำมะถันจากเนื้อใบจะฝังลงผิวสแตนเลส ทำให้เกิดสนิมตามรอยตัดในภายหลัง และความร้อนจากใบที่หนากว่ายังทำลายฟิล์มโครเมียมที่ป้องกันสนิมของสแตนเลสด้วย
ใบตัด INOX คืออะไร
คือใบตัดสูตรสำหรับงานสแตนเลสโดยเฉพาะ ปลอดเหล็ก กำมะถัน และคลอรีน คำว่า INOX มาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่าไม่เป็นสนิม สังเกตคำนี้ได้บนตัวใบ
ทำไมรอยตัดสแตนเลสถึงขึ้นสนิม
สาเหตุหลักมีสองอย่าง คือการปนเปื้อนอนุภาคเหล็กจากใบตัดหรืออุปกรณ์ที่เคยใช้กับงานเหล็ก และความร้อนจากการตัดที่ทำลายฟิล์มโครเมียมบนผิว สังเกตได้จากรอยตัดที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือสีรุ้ง
ใบตัดสแตนเลสควรหนาเท่าไหร่
ชิ้นงานบางกว่า 3 มม. แนะนำใบบาง 1.0–1.2 มม. เพราะสร้างความร้อนน้อย ตัดได้เร็ว ส่วนชิ้นงานหนากว่านั้นใช้ 1.5–2.0 มม. เพื่อคุมแนวตัดให้ตรงได้ง่ายขึ้น
ใช้ใบเดียวตัดทั้งเหล็กและสแตนเลสได้ไหม
ไม่แนะนำ ใบ INOX ตัดได้ทั้งสองวัสดุก็จริง แต่เมื่อผ่านการตัดเหล็กแล้วจะมีเศษเหล็กฝังที่ผิวใบ นำกลับมาตัดสแตนเลสจะปนเปื้อนงานทันที ควรแยกใบเป็นสองชุดตามวัสดุ