ลวดเชื่อมที่เปิดกล่องแล้วไม่ได้มีระยะเวลาเก็บตายตัวว่าอยู่ได้กี่เดือน เพราะลวดแต่ละประเภทรับความชื้นไม่เท่ากัน และสภาพที่เก็บก็มีผลโดยตรง ลวดที่ปิดกล่องไว้ในห้องแห้งย่อมมีสภาพต่างจากลวดที่เปิดทิ้งไว้ในอู่ช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะลวด Low Hydrogen อย่าง E7018 ที่ต้องควบคุมความชื้นมากกว่าลวดใช้งานทั่วไปอย่าง E6013
เพราะฉะนั้น ถ้ามีลวดเหลือจากงานครั้งก่อน อย่าดูแค่ว่าเปิดกล่องมานานกี่วัน แต่ควรดูด้วยว่าเป็นลวดชนิดไหน เก็บอย่างไร และสภาพของลวดตอนหยิบกลับมาใช้ยังปกติหรือไม่
ลวดเชื่อมเปิดกล่องแล้วเก็บได้นานแค่ไหน
สำหรับลวดเชื่อมก้านธูป สิ่งที่ทำให้อายุหลังเปิดสั้นลงมากที่สุดคือการสัมผัสความชื้น ฟลักซ์ที่หุ้มลวดสามารถรับความชื้นจากอากาศได้ เมื่อเก็บในพื้นที่ชื้นหรือเปิดกล่องทิ้งไว้นาน คุณสมบัติของสารพอกอาจเปลี่ยนไปจนมีผลต่อการอาร์กและคุณภาพแนวเชื่อม แนะนำให้ปิดบรรจุภัณฑ์ให้สนิทและเก็บในพื้นที่แห้งหลังเปิดใช้งาน
แต่หลังเปิดกล่องแล้ว ไม่ควรยึดว่าลวดทุกชนิดจะเก็บได้ 6 เดือนหรือ 1 ปีเหมือนกัน เพราะลวด Low Hydrogen บางประเภทกำหนดช่วงเวลาที่สัมผัสอากาศไว้เป็นชั่วโมง และเงื่อนไขยังต่างกันตามชนิดผลิตภัณฑ์หรือข้อกำหนดของงานด้วย
ลวดเชื่อม E6013 กับ E7018 ต้องเก็บเหมือนกันไหม
ลวดเชื่อม E6013 และ E7018 มีข้อควรระวังในการเก็บต่างกัน E6013 เป็นลวดที่ใช้กับงานเหล็กทั่วไปและไม่ได้มีข้อกำหนดเรื่องความชื้นเข้มเท่า E7018 ส่วน E7018 เป็นลวด Low Hydrogen ที่ต้องรักษาฟลักซ์ให้แห้งเพื่อควบคุมปริมาณไฮโดรเจนในแนวเชื่อม จึงไม่ควรใช้วิธีเก็บแบบเดียวกันทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมความชื้นหลังเปิดกล่อง รวมถึงการใช้ตู้อบหรือตู้เก็บลวดในงานที่ต้องควบคุมคุณภาพจริงจัง
|
ประเภทลวด |
ข้อควรระวัง |
วิธีเก็บ |
|
E6013 |
ความชื้น สนิม ฟลักซ์แตกร่อน |
ปิดให้สนิทและเก็บในพื้นที่แห้ง ห่างจากน้ำหรือบริเวณที่มีความชื้น |
|
E7018 |
การดูดความชื้นของฟลักซ์ |
ควรควบคุมการเก็บตามคำแนะนำ และเก็บลวดในตู้อบหรือตู้เก็บลวด |
ลวดที่เก็บไว้นาน ดูยังไงว่ายังควรใช้ต่อ
ก่อนหยิบลวดเก่ากลับมาเชื่อม ควรดูสภาพจริงของลวดก่อน วันที่เปิดกล่องช่วยบอกประวัติได้บางส่วน แต่ถ้าลวดถูกเก็บไม่ดี ปัญหาอาจเกิดเร็วกว่านั้นมาก
ตรวจสอบอะไรบ้างก่อนใช้งาน
- สภาพฟลักซ์ เช็กว่ามีรอยแตก ร่อน หรือหลุดออกจากแกนลวดจนเห็นความเสียหายชัดเจนหรือไม่
- ผิวและปลายลวด ดูว่ามีสนิม คราบ หรือร่องรอยผิดปกติที่อาจเกิดจากความชื้นหรือการเก็บหรือไม่
- สภาพบรรจุภัณฑ์ ตรวจว่ากล่องมีรอยชื้น เปียกน้ำ หรือเสียหายจนไม่สามารถป้องกันลวดได้หรือไม่
- อาการตอนทดลองเชื่อม สังเกตว่าอาร์กผิดปกติ สะเก็ดมาก หรือแนวเชื่อมมีรูพรุนมากกว่าปกติหรือไม่
- ประวัติการเก็บ E7018 ตรวจว่าลวดถูกเก็บตามเงื่อนไขที่เหมาะสมก่อนนำกลับมาใช้กับงานที่มีข้อกำหนดหรือไม่
ลวดที่ฟลักซ์เสียหายหรือไม่ทราบว่าเคยสัมผัสน้ำและความชื้นมากแค่ไหน ไม่ควรเอาไปเสี่ยงกับงานที่ต้องควบคุมคุณภาพ เพราะความเสียหายบางอย่างไม่ได้ดูออกจากภายนอกทั้งหมด
การจัดการลวดเชื่อมในสต็อก
ถ้าหน้างานมีลวดเชื่อมหลายประเภทหรือซื้อเก็บไว้ครั้งละหลายกล่อง ควรจัดการสต็อกให้แยกชนิดและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย โดยเฉพาะลวดที่มีข้อกำหนดเรื่องการเก็บต่างกันอย่าง E6013 และ E7018
- แยกตามชนิดลวดเชื่อม จัดเก็บ E6013, E7018 และลวดประเภทอื่นแยกจากกัน เพื่อลดโอกาสหยิบผิด
- ระบุวันที่เปิดกล่อง ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าลวดแต่ละกล่องถูกเปิดใช้งานมานานแค่ไหน
- จัดลำดับการใช้งาน ควรหยิบลวดที่เปิดก่อนหรือเก็บไว้นานกว่ามาใช้ก่อน หากสภาพยังเหมาะกับงาน
- วางแผนปริมาณสต็อก ซื้อให้สัมพันธ์กับปริมาณการใช้งานจริง เพื่อลดการเก็บลวดไว้นานเกินจำเป็น
- แยกลวดที่สภาพไม่แน่นอน หากไม่ทราบประวัติการเก็บหรือพบความผิดปกติ ควรแยกออกจากลวดที่พร้อมใช้งาน
ลวดชื้นแล้วเอาไปอบใหม่ได้ไหม
ลวดบางประเภทสามารถอบไล่ความชื้นและนำกลับมาใช้ได้ แต่ต้องใช้วิธีและอุณหภูมิที่กำหนดสำหรับลวดชนิดนั้น ไม่ควรเอาลวดทุกประเภทเข้าเตาแล้วใช้อุณหภูมิเดียวกัน เพราะสารพอกของลวดแต่ละกลุ่มมีส่วนประกอบและความต้องการเรื่องความชื้นต่างกัน ตัวอย่างเช่น ลวด Cellulosic ต้องการความชื้นในสารพอกในระดับหนึ่ง จึงไม่ควรจัดการแบบเดียวกับ E7018
ถ้าลวดเปียกน้ำโดยตรง ฟลักซ์เสียหาย หรือไม่ทราบประวัติการเก็บ การอบไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ลวดกลับมาเหมือนใหม่ทุกกรณี งานที่ต้องควบคุมคุณภาพควรยึดคำแนะนำของผู้ผลิตลวดและข้อกำหนดของงานเป็นหลัก
วิธีเก็บลวดเชื่อมที่เหลือหลังการใช้งาน
งานทั่วไปที่ใช้ลวดเชื่อมไม่หมดกล่องในครั้งเดียว ควรลดการสัมผัสอากาศและความชื้นให้น้อยที่สุด โดยสามารถใช้วิธีต่อไปนี้เป็นแนวทางในการเก็บลวดที่เหลือจากการใช้งาน
- บรรจุภัณฑ์ ปิดกล่องเดิมให้แน่นหลังใช้งาน ถ้าปิดไม่สนิทควรย้ายไปเก็บในภาชนะที่ช่วยป้องกันความชื้น
- พื้นที่จัดเก็บ วางลวดไว้บนชั้นหรือบริเวณที่แห้ง ไม่ควรวางติดพื้นหรือใกล้จุดที่มีน้ำและความชื้นสะสม
- ประเภทลวดเชื่อม เช่น ลวด E7018 เป็นลวดกลุ่ม Low Hydrogen ต้องควบคุมความชื้นมากกว่าลวดทั่วไป การใส่กลับกล่องเดิมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
- ตู้อบหรือตู้เก็บลวด หากผู้ผลิตกำหนดให้ใช้ ควรตั้งอุณหภูมิตามสเปกของลวดแต่ละรุ่น ไม่ควรตั้งค่าจากความเคยชิน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ลวดเชื่อมเปิดกล่องแล้วเก็บได้กี่เดือน
ไม่มีระยะเวลาเดียวสำหรับลวดทุกชนิด ต้องดูประเภทลวด ความชื้น สภาพการเก็บรักษา และคำแนะนำของผู้ผลิต โดยเฉพาะ E7018 ที่มีข้อกำหนดเรื่องการสัมผัสอากาศมากกว่าลวดทั่วไป
ลวดเชื่อมเก่าแต่ไม่มีสนิม ยังใช้ได้ไหม
ต้องดูมากกว่าสนิม เช่น สภาพฟลักซ์ ประวัติการเก็บ และชนิดของลวด ถ้าเป็นงานสำคัญไม่ควรตัดสินจากสภาพภายนอกอย่างเดียว
ลวด E7018 เปิดแล้วใส่กล่องปิดฝาไว้ได้ไหม
สำหรับงานที่ต้องควบคุม Low Hydrogen ควรเก็บตามข้อกำหนดของผู้ผลิต ซึ่งอาจต้องใช้ตู้เก็บลวดที่ควบคุมอุณหภูมิ ไม่ใช่เพียงปิดกล่องธรรมดา
ซองกันชื้นช่วยเก็บลวดเชื่อมได้ไหม
ช่วยลดความชื้นในภาชนะปิดสำหรับการเก็บทั่วไปได้ แต่ไม่สามารถใช้แทนข้อกำหนดการเก็บของลวด Low Hydrogen ในงานที่มีมาตรฐานควบคุม