สายแก๊สงานเชื่อม-ตัดใช้สีแยกฝั่งการใช้งาน โดยสีแดงคือฝั่งแก๊สเชื้อเพลิง เช่น อะเซทิลีน (AC) หรือ LPG ส่วนฝั่งออกซิเจนตามมาตรฐานสากลใช้สีน้ำเงิน แต่ในตลาดไทยยังพบสีเขียวซึ่งเป็นธรรมเนียมแบบอเมริกันอยู่ด้วย ทั้งสองสีจึงหมายถึงฝั่งออกซิเจนเหมือนกัน ต่างกันที่ที่มาของมาตรฐาน และไม่ว่าชุดสีจะเป็นแบบไหน สายสองฝั่งนี้ต่อสลับกันไม่ได้
เวลาซื้อสายแก๊สหรือสายยางแก๊สหน้าร้าน หลายคนจำจากสีเป็นหลัก พอเจอของจริงที่มีทั้งชุดแดง-เขียวและแดง-น้ำเงินเลยเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองจำผิดหรือของผิด จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบมีที่มา เพราะแต่ละแบรนด์อ้างอิงมาตรฐานคนละระบบ ตัวอย่างจากสินค้าจริง สายลมคู่ KOVET ก็มีทั้งชุดดำ-แดงและชุดน้ำเงิน-แดงให้เลือกตามระบบที่ใช้อยู่ บทความนี้จึงสรุปให้ว่าแต่ละสีใช้กับแก๊สอะไร และนอกจากสีแล้วควรดูอะไรประกอบอีกบ้าง
สายแก๊สสีแดง เขียว น้ำเงิน ใช้กับแก๊สอะไร
|
สี |
ใช้กับแก๊ส |
มาตรฐานที่ใช้สีนี้ |
จุดสังเกต |
|
แดง |
แก๊สเชื้อเพลิง (อะเซทิลีน, LPG) |
ใช้สีแดงตรงกันทั้ง ISO 3821 / EN 559 และ RMA/CGA |
ข้อต่อเป็นเกลียวซ้าย มีรอยบากที่หัวน็อต |
|
น้ำเงิน |
ออกซิเจน |
มาตรฐานสากล ISO 3821 / EN 559 |
ข้อต่อเป็นเกลียวขวา |
|
เขียว |
ออกซิเจน |
มาตรฐานแบบอเมริกัน (RMA/CGA IP-7) |
ข้อต่อเป็นเกลียวขวา |
สีแดงใช้กับฝั่งแก๊สเชื้อเพลิงเหมือนกันแทบทุกมาตรฐาน จึงเป็นสีที่จำง่ายที่สุด ส่วนฝั่งออกซิเจนคือสีที่คนสับสน เพราะมาตรฐานสากลกำหนดเป็นสีน้ำเงิน ขณะที่สินค้าที่อิงมาตรฐานแบบอเมริกันใช้สีเขียว สายทั้งสองสีจึงใช้กับออกซิเจนเหมือนกัน ต่างกันแค่ผู้ผลิตอ้างอิงระบบไหน ดังนั้นเวลาเจอสีที่ไม่คุ้น ให้อ่านข้อความที่พิมพ์บนตัวสายประกอบ เพราะสายแก๊สที่ได้มาตรฐานจะระบุชนิดแก๊ส ขนาด และแรงดันใช้งานไว้บนสายเสมอ สีช่วยให้แยกฝั่งได้เร็ว แต่ข้อความบนสายคือข้อมูลที่ยืนยันได้จริง
สายยางแก๊สงานเชื่อม-ตัด ต่อสลับกันได้ไหม
ต่อสลับไม่ได้ เหตุผลหลักคือเรื่องความปลอดภัย สายฝั่งแก๊สเชื้อเพลิงที่ใช้งานมาแล้วจะมีคราบแก๊สและน้ำมันสะสมอยู่ในเนื้อสาย ถ้านำไปต่อฝั่งออกซิเจนซึ่งเป็นแก๊สแรงดันสูงและช่วยให้การลุกไหม้เกิดง่ายขึ้น คราบเหล่านี้มีโอกาสติดไฟ และยังเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการไฟย้อนเข้าสาย ซึ่งเป็นอันตรายที่งานเชื่อมแก๊สต้องติดตั้งชุดกันไฟย้อนป้องกันอยู่แล้ว การต่อสายให้ถูกฝั่งจึงเป็นเรื่องความปลอดภัยพื้นฐานข้อแรกก่อนถึงอุปกรณ์ป้องกันอื่น
นอกจากนี้ ข้อต่อของสายสองฝั่งยังออกแบบมาไม่เหมือนกัน ข้อต่อฝั่งแก๊สเชื้อเพลิงเป็นเกลียวซ้าย คือหมุนเข้าในทิศตรงข้ามกับเกลียวทั่วไป และมีรอยบากรอบหัวน็อตไว้ให้สังเกต ส่วนฝั่งออกซิเจนเป็นเกลียวขวาแบบปกติ ถ้าขันสายเข้าผิดฝั่งจะรู้สึกฝืนและขันไม่เข้า กรณีนี้ไม่ควรฝืนขันต่อ เพราะเกลียวที่รูดจะทำให้จุดนั้นรั่วและใช้งานต่อไม่ได้
เลือกสายแก๊สอย่าดูแค่สี ต้องเช็กอะไรอีก 4 เรื่อง
ต่อให้สีถูก ถ้าเรื่องอื่นไม่ตรง ก็ยังซื้อผิดได้อยู่ดี ก่อนซื้อควรเช็ก 4 เรื่องนี้
- ชนิดแก๊สที่ใช้ ว่าเป็นออกซิเจน (O2) อะเซทิลีน (AC) หรือ LPG เพราะเนื้อวัสดุของสายออกแบบมารองรับแก๊สต่างชนิดกัน สายที่ทนอะเซทิลีนได้ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับ LPG เสมอไป
- ข้อความบนตัวสาย ทั้งขนาดสาย แรงดันใช้งาน มาตรฐานที่อ้างอิง ชื่อผู้ผลิต และปีที่ผลิต งานเชื่อม-ตัดเป็นงานที่ใช้แก๊สแรงดันสูง สายที่ไม่ระบุแรงดันใช้งานเลยคือสายที่ไม่ควรเสี่ยง
- ข้อต่อและชนิดเกลียว ว่าตรงกับเกจและอุปกรณ์ชุดเดิมหรือไม่ จุดนี้แหละที่เรื่องเกลียวซ้าย-ขวาช่วยเช็กได้ก่อนจ่ายเงิน
- วัสดุของสาย ว่าเหมาะกับหน้างานแบบไหน งานในอู่ที่สายอยู่กับที่ กับงานสนามที่ลากสายถูพื้นทุกวัน ต้องการความทนต่างกันมาก
วิธีเลือกสายแก๊ส สายเดี่ยวหรือสายคู่ให้เหมาะสม
ถ้าเป็นงานเชื่อม-ตัดทั่วไปในอู่ ให้เน้นความยืดหยุ่นของสายและหัวต่อที่เข้ากับชุดเดิม ส่วนงานที่ลากสายบ่อย ใช้นอกอาคาร หรือเสียดสีกับพื้นมาก ให้ขยับไปดูวัสดุที่ทนขึ้น เพราะสายที่เหมาะกับหน้างานหนักช่วยลดปัญหาสายเสียก่อนเวลา
อีกเรื่องที่ควรตัดสินใจก่อนซื้อคือใช้สายเดี่ยวหรือสายคู่ ถ้าต้องเดินทั้งออกซิเจนและแก๊สเชื้อเพลิงพร้อมกันเป็นประจำ สายคู่ที่ประกบสองเส้นมาด้วยกันจะจัดการหน้างานง่ายกว่า ลากทีเดียวได้สองฝั่ง ไม่พันกัน และมองแยกฝั่งง่ายเพราะสีต่างกันชัดในเส้นเดียว สายลมคู่ KOVET ที่มีทั้งชุดดำ-แดงและน้ำเงิน-แดงก็เป็นตัวเลือกในกลุ่มนี้ เลือกชุดสีตามระบบที่หน้างานใช้อยู่ได้เลย
เช็กสายยางแก๊สก่อนใช้งาน 5 จุดที่ต้องดูทุกครั้ง
สายแก๊สเป็นของสิ้นเปลืองที่เสื่อมตามการใช้งาน ก่อนเปิดแก๊สทุกครั้งจึงควรตรวจสภาพสายและจุดต่อก่อน ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงนาทีแต่ช่วยลดปัญหาตอนใช้งานจริงได้มาก โดยมี 5 จุดที่ควรไล่ดูดังนี้
- ต่อถูกฝั่งหรือยัง สีและเกลียวตรงกับระบบไหม
- ข้อต่อและเกลียวขันแน่นดีหรือไม่
- ตัวสายมีรอยแตก รอยบวม รอยไหม้ หรือรอยรั่วหรือเปล่า
- ข้อความบนสายยังอ่านได้ชัดไหม สายเก่าจนตัวหนังสือลบคือสายที่ควรพิจารณาเปลี่ยน
- ถ้าสายเริ่มแข็ง บิดตัวมาก หรือเสียรูป ให้หยุดใช้ก่อน
สรุปเรื่องสีของสายแก๊สงานเชื่อม-ตัด
สีแดงคือฝั่งแก๊สเชื้อเพลิง สีน้ำเงินและสีเขียวคือฝั่งออกซิเจนที่มาจากคนละมาตรฐาน จำสามสีนี้ได้ก็แยกฝั่งหน้างานได้เร็วแล้ว แต่ตอนซื้อหรือเปลี่ยนสาย ให้ดูข้อความบนตัวสายและชนิดเกลียวข้อต่อประกอบทุกครั้ง และไม่ว่ากรณีไหนก็ไม่ต่อสายสลับฝั่ง
ใครกำลังหาสายยางแก๊สสำหรับงานเชื่อม-ตัด ดูสายเดี่ยว สายคู่ และสายประเภทอื่นได้ที่หมวดสายของ KOVET หรือถ้าไม่แน่ใจว่าระบบที่ใช้อยู่ควรใช้สายแบบไหน ทักมาสอบถามได้ที่ LINE @waf5269g พร้อมส่งรูปข้อต่อหรือชุดเกจที่มีอยู่มาให้ทีมช่วยดูได้เลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สายแก๊สสีแดงใช้กับแก๊สอะไร
ใช้กับฝั่งแก๊สเชื้อเพลิง เช่น อะเซทิลีน (AC) หรือ LPG โดยข้อต่อฝั่งนี้เป็นเกลียวซ้ายและมีรอยบากที่หัวน็อตให้สังเกต
สายแก๊สสีเขียวกับสีน้ำเงินต่างกันไหม
ใช้กับฝั่งออกซิเจนเหมือนกัน สีน้ำเงินมาจากมาตรฐานสากล ส่วนสีเขียวเป็นธรรมเนียมแบบอเมริกัน ก่อนใช้ให้ดูข้อความบนตัวสายยืนยันชนิดแก๊สอีกครั้ง
สายแก๊สงานเชื่อม-ตัดต่อสลับกันได้ไหม
ไม่ได้ เพราะคราบแก๊สและน้ำมันในสายฝั่งเชื้อเพลิง เมื่อเจอออกซิเจนแรงดันสูงจะเสี่ยงติดไฟ และข้อต่อสองฝั่งเป็นเกลียวคนละทิศ ฝืนขันจะทำให้เกลียวรูดและรั่ว
สายยางแก๊สหุงต้มใช้แทนสายแก๊สงานเชื่อม-ตัดได้ไหม
ไม่ได้ สายแก๊สหุงต้มออกแบบมาสำหรับ LPG แรงดันต่ำในครัวเรือน ส่วนงานเชื่อม-ตัดใช้แรงดันและชนิดแก๊สคนละเงื่อนไข ต้องใช้สายยางแก๊สสำหรับงานเชื่อม-ตัดโดยเฉพาะ