ตู้เชื่อมแบ่งเป็น 3 ระบบหลัก คือ MMA, MIG/MAG และ TIG ส่วนอินเวอร์เตอร์หรือหม้อแปลงเป็นแค่ระบบจ่ายไฟ และพลาสมาเป็นเครื่องมือตัด จึงไม่นับรวมกัน เวลาเลือกซื้อให้ดูที่ลักษณะงานจริง งานซ่อม งานลุยนอกสถานที่ใช้ MMA งานอู่หรืองานผลิตที่เน้นความเร็วใช้ MIG/MAG ส่วนงานสเตนเลส หรืองานบางที่ต้องการความเนียนสวยใช้ TIG
ลองตั้งคำถามกับหน้างานดูว่า ต้องย้ายจุดบ่อยไหม แข่งกับเวลาหรือเปล่า เน้นความสวยงามมากแค่ไหน นอกจากนี้ก็ควรดูว่าชิ้นงานบางจนเสี่ยงทะลุหรือไม่ การเลือกจากปัญหาจริงที่ช่างต้องเจอ จะช่วยให้เลือกระบบตู้เชื่อมได้ง่ายและตรงจุดที่สุด
ปัญหาที่เจอบ่อยในการเชื่อม
- เชื่อมแล้วเหล็กทะลุ (Burn-through) มักเกิดจากใช้กระแสไฟสูงเกินไป หรือลากหัวเชื่อมช้าเกินไปบนชิ้นงานบาง
- แนวเชื่อมเกิดรูพรุน (Porosity) เกิดจากมีลมพัดแก๊สปกคลุมหายไป (งาน MIG/TIG) หรือพื้นผิวชิ้นงานมีคราบสนิม น้ำมัน และความชื้น
- ลวดเชื่อมสะดุด/ติดขัด พบบ่อยในระบบ MIG จากการตั้งแรงตึงลูกกลิ้งไม่เหมาะสม ปลายหัวทิป (Contact tip) สึก หรือสายปืนเชื่อมบิดงอ
- สะเก็ดไฟกระเด็นเยอะ (Spatter) เกิดจากการตั้งค่าไฟและ ความเร็วป้อนลวดไม่สัมพันธ์กัน หรือระยะอาร์กห่างเกินไป
- เครื่องตัดการทำงานกลางคัน เกิดจากใช้งานเกินรอบ Duty Cycle ทำให้ระบบตัดความร้อนทำงาน หรือช่องระบายอากาศของเครื่องถูกบดบัง
ตู้เชื่อมมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบไหน
1. MMA เหมาะกับงานแบบไหน
MMA หรือการเชื่อมไฟฟ้าแบบก้านหุ้มฟลักซ์ ตัวฟลักซ์ที่พอกอยู่บนลวดเชื่อมจะหลอมละลายเป็นแก๊สปกคลุมบ่อเชื่อมให้อัตโนมัติขณะเกิดการอาร์ก ทำให้ยกเครื่องไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องแบกถังแก๊สไปให้ยุ่งยาก จึงเหมาะกับงานซ่อมแซมทั่วไป งานโครงสร้างเหล็ก งานติดตั้งนอกสถานที่ หรือการทำงานกลางแจ้งที่มีลมพัดแรงซึ่งระบบแก๊สอื่นทำได้ยาก
ข้อจำกัด
- ต้องหยุดเปลี่ยนลวดเชื่อมบ่อย
- ต้องเคาะสแลกทำความสะอาดระหว่างแนวเชื่อม
- เกิดสะเก็ดไฟและควันมากกว่าระบบอื่น
- งานเหล็กบางต้องอาศัยทักษะความชำนาญสูงเพื่อไม่ให้ไหม้ทะลุ
2. MIG/MAG เหมาะกับงานแบบไหน
MIG/MAG เป็นระบบที่ป้อนลวดเชื่อมจากม้วนผ่านปืนเชื่อมแบบต่อเนื่อง โดยลวดจะทำหน้าที่เป็นทั้งอิเล็กโทรดและโลหะเติมในตัว ช่วยลดเวลาในการหยุดเปลี่ยนลวดได้อย่างมาก จึงเหมาะกับงานที่ต้องเดินแนวยาว งานผลิตซ้ำๆ งานในโรงงานเฟอร์นิเจอร์เหล็ก ชิ้นส่วนยานยนต์ อู่ต่อรถบรรทุก รวมถึงสายการผลิตทั่วไปที่เน้นความเร็วและต้องการความต่อเนื่องในการทำงานสูง
ข้อจำกัด
- ต้องใช้ถังแก๊สปกคลุม (เช่น CO2 หรือ Argon) ทำให้เคลื่อนย้ายยากกว่าระบบ MMA
- ลมในพื้นที่ทำงานอาจพัดแก๊สปกคลุมหาย ทำให้แนวเชื่อมเกิดรูโพรง จึงไม่เหมาะกับงานกลางแจ้ง
- ตัวเครื่องและอุปกรณ์มีขนาดใหญ่ มีกลไกป้อนลวดที่ซับซ้อนกว่า
- มีต้นทุนเครื่องและค่าดูแลรักษาอุปกรณ์สูงกว่า
3. TIG เหมาะกับงานแบบไหน
TIG หรือการเชื่อมด้วยแท่งทังสเตน ใช้การสร้างอาร์กพร้อมป้อนลวดเติมแยกเมื่อจำเป็น ช่วยให้ควบคุมความร้อนและบ่อหลอมได้อย่างละเอียดเป็นพิเศษ แนวเชื่อมที่ได้จึงมีความสะอาด เนียนสวย ไร้สแลก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานสเตนเลส งานเชื่อมท่อ งานแผ่นโลหะบาง และงานในโรงงานอาหารที่เน้นความสะอาดสูง รวมถึงชิ้นงานที่ต้องการความสวยงามประณีตเป็นพิเศษ
ข้อจำกัด
- เชื่อมได้ช้าที่สุดเมื่อเทียบกับระบบอื่น ไม่เหมาะกับงานที่เน้นปริมาณหรือต้องแข่งกับเวลา
- ต้องอาศัยทักษะ ความชำนาญ และการฝึกฝนของช่างสูงมาก
- ต้องใช้แก๊สปกคลุม (อาร์กอน) จึงไม่เหมาะกับการทำงานกลางแจ้งที่มีลมพัด
- มีต้นทุนเครื่องจักร อุปกรณ์ และแก๊สสูงกว่าระบบอื่น
เปรียบเทียบ 3 ระบบ จากปัญหาหน้างานที่เจอ
|
ปัญหาหน้างาน |
MMA |
MIG/MAG |
TIG |
|
เชื่อมแล้วเหล็กทะลุ (Burn-through) |
ต้องใช้ทักษะควบคุม |
เหมาะเมื่อเลือกเครื่องและโหมดถูก |
เหมาะกับงานควบคุมละเอียด |
|
แนวเชื่อมเกิดรูพรุน (Porosity) |
ทำงานได้คล่องกว่า |
ต้องป้องกันลมหรือใช้กระบวนการที่เหมาะ |
แก๊สปกคลุมไวต่อลม |
|
ลวดเชื่อมสะดุด/ติดขัด |
จำกัดด้วยลวดก้านและการเคาะสแลก |
เด่นที่สุดสำหรับงานผลิตทั่วไป |
ช้ากว่าเมื่อเติมเนื้อจำนวนมาก |
|
สะเก็ดไฟกระเด็นเยอะ (Spatter) |
ต้องเก็บสแลกและสะเก็ด |
สะเก็ดขึ้นกับการตั้งค่า |
ควบคุมแนวและความร้อนได้ละเอียด |
|
เครื่องตัดการทำงานกลางคัน |
เหมาะ (ยกง่าย ไม่ต้องมีถังแก๊ส) |
ต้องดูถังแก๊สและชุดป้อน |
ต้องย้ายชุดแก๊สและอุปกรณ์ |
เครื่อง Multi-process ใช้แทนเครื่องระบบเดี่ยวได้ไหม
เครื่อง Multi-process ช่วยให้สลับระหว่าง MMA, MIG และ Lift-TIG ได้สะดวก แต่ความสามารถในแต่ละโหมดอาจไม่เทียบเท่าเครื่องเชื่อมระบบเดี่ยว ก่อนซื้อต้องตรวจ Duty cycle กระแสไฟที่ใช้จริง วิธีจุดอาร์ก อุปกรณ์ในชุด และระบบแก๊สที่จำเป็น ร้านเชื่อมทั่วไปที่มีงาน TIG นานๆ ครั้ง ถือว่าใช้เครื่องหลายระบบได้คุ้มค่า แต่โรงงานที่ต้องเชื่อมสเตนเลสบางตลอดทั้งวัน ควรเลือกใช้เครื่องเชื่อม TIG ระบบเดี่ยวที่คุมพัลส์และแก๊สได้ละเอียดกว่า
สรุปวิธีเลือกตู้เชื่อมให้จบปัญหาช่าง
ตู้เชื่อมหลักมี 3 ระบบ แต่ละระบบแก้ปัญหาคนละแบบ MMA ไม่ต้องพ่วงแก๊สจึงคล่องตัวที่สุด แต่สะเก็ดเยอะและต้องเคาะสแลก MIG/MAG ป้อนลวดต่อเนื่องจึงเร็วที่สุด แต่ต้องระวังลมพัดแก๊สหาย TIG ควบคุมบ่อหลอมได้ละเอียดจึงแนวเชื่อมสะอาดที่สุด แต่ช้าและต้องการทักษะสูง เครื่อง 3 in 1 เหมาะกับงานที่ใช้สลับหลายระบบ ไม่ใช่งานที่ต้องใช้โหมดเดียวหนักทั้งวัน
KOVET มีประสบการณ์เชื่อมและตัดมากว่า 38 ปี ทำงานร่วมกับกิจการขนส่ง อู่ต่อเรือ โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ประมง อาหารและเครื่องดื่ม และก่อสร้าง ก่อนเลือกตู้ ส่งข้อมูลวัสดุ ความหนา ตำแหน่งเชื่อม จำนวนชิ้นต่อวัน สภาพพื้นที่ และไฟหน้างานมาให้ครบ เพื่อช่วยเลือกระบบให้ตรงจุดก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมแนวเชื่อมถึงเป็นรูพรุน
เกิดจากแก๊สปกคลุมถูกลมพัดหาย พื้นผิวชิ้นงานมีคราบสนิม น้ำมัน หรือความชื้น MMA รับมือลมได้ดีกว่า MIG/TIG ที่ต้องควบคุมสภาพแวดล้อม
เชื่อมแล้วเหล็กทะลุ แก้ยังไง
ลดกระแสไฟลง หรือลากหัวเชื่อมเร็วขึ้น ถ้าเป็นงานบางประจำควรเลือก TIG ที่ควบคุมความร้อนได้ละเอียดกว่า MMA หรือ MIG
ลวดเดินสะดุดในระบบ MIG เกิดจากอะไร
มักมาจากแรงตึงลูกกลิ้งไม่เหมาะสม Contact tip สึก หรือสายปืนเชื่อมบิดงอ ต้องตรวจทั้งระบบก่อนปรับพารามิเตอร์เครื่อง
สะเก็ดไฟเยอะ ต้องแก้ที่ไหน
ตรวจการตั้งค่าไฟและความเร็วป้อนลวดให้สัมพันธ์กัน รวมถึงระยะอาร์กที่ไม่ควรห่างเกินไป ถ้าเป็น MIG ลองปรับค่า Inductance ในเครื่องด้วย
เครื่องตัดกลางคันบ่อย ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติถ้าใช้งานเกิน Duty cycle เครื่องจะตัดความร้อนอัตโนมัติ ให้หยุดพักเครื่องและตรวจช่องระบายอากาศว่าถูกบดบังอยู่หรือเปล่า