ลวดเชื่อมแบ่งตามกระบวนการใช้งานได้ 6 ประเภทหลัก ได้แก่ ลวดหุ้มฟลักซ์ (MMA), ลวดตันแบบม้วน (MIG/MAG), ลวดไส้ฟลักซ์ (FCAW), ลวดเติม TIG (GTAW), ลวดเชื่อมแก๊ส (Oxy-fuel) และลวดซับเมอร์จ (SAW) และเริ่มจากวัสดุชิ้นงาน กระบวนการเชื่อม และรหัสลวด (Classification) ที่ต้องการก่อน แล้วค่อยเลือกยี่ห้อที่มีข้อมูลรับรองชัดเจนและหาซื้อซ้ำได้ต่อเนื่อง
ลวดเชื่อมบางประเภทอย่าง E6013 อาจเหมาะกับงานเหล็กทั่วไปที่ต้องการจุดอาร์กง่าย ขณะที่งานโครงสร้างตามแบบอาจระบุ E7018 หรือลวดเกรดอื่นไว้ชัดเจน ส่วนงาน MIG, TIG, สเตนเลส อะลูมิเนียม และเหล็กหล่อก็ต้องใช้ลวดคนละกลุ่ม การถามเพียงว่าลวดเชื่อมยี่ห้อไหนดี จึงยังตอบไม่ได้จนกว่าจะรู้วัสดุ กระบวนการเชื่อม และข้อกำหนดของงาน
ลวดเชื่อมมีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง
ลวดเชื่อมเป็นอุปกรณ์ในการเชื่อมเหล็ก การใช้งานจริงจึงควรดูทั้งตู้เชื่อมที่เอาไปใช้ รวมถึงวัสดุชิ้นงานด้วย ให้ได้ความแข็งแรง แบ่งตามที่พบงานทั่วไปและงานอุตสาหกรรมได้ 6 ประเภทหลัก ดังนี้
|
ประเภทลวด |
ใช้กับ |
ลักษณะเด่น |
การใช้งาน |
|
ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ |
MMA / SMAW |
เป็นก้าน มีสารพอกหุ้ม ไม่ต้องใช้แก๊สภายนอก |
งานซ่อม งานโครงสร้าง งานนอกสถานที่ |
|
ลวดตันแบบม้วน |
MIG/MAG / GMAW |
ป้อนลวดต่อเนื่อง ต้องใช้แก๊สปกคลุมตามกระบวนการ |
งานผลิต อู่รถ งานประกอบเหล็ก |
|
ลวดไส้ฟลักซ์ |
FCAW |
มีฟลักซ์อยู่ภายใน มีทั้งแบบใช้แก๊สและไม่ใช้แก๊ส |
งานโครงสร้าง งานกลางแจ้ง งานอัตราเติมเนื้อสูง |
|
ลวดเติม TIG |
GTAW |
เติมลวดแยกจากทังสเตน ควบคุมบ่อหลอมได้ละเอียด |
งานสเตนเลส งานบาง งานท่อ งานเน้นแนวเชื่อม |
|
ลวดเชื่อมแก๊ส |
Oxy-fuel |
หลอมลวดเติมด้วยเปลวไฟ |
งานซ่อมเฉพาะทาง งานแผ่นบางบางประเภท |
|
ลวดซับเมอร์จ |
SAW |
ใช้ลวดต่อเนื่องร่วมกับฟลักซ์เม็ด |
แนวเชื่อมยาว งานถัง งานคาน งานผลิตปริมาณมาก |
หมายเหตุ: ลวดไส้ฟลักซ์แบบ Self-Shielded ไม่ต้องใช้แก๊สภายนอก เหมาะกับพื้นที่ที่มีลมรบกวนหรือต้องเคลื่อนย้ายบ่อย แต่ไม่ควรนำมาใช้แทนลวด MIG แบบใช้แก๊สในทุกงาน เพราะยังต้องพิจารณาคุณภาพแนวเชื่อม ตำแหน่งเชื่อม และข้อกำหนดของชิ้นงานด้วย
ความหมายของรหัสลวดเชื่อม
รหัสลวดเชื่อมในระบบ AWS ประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลขที่แต่ละส่วนบอกคุณสมบัติของลวดเส้นนั้น เช่น E7018 อ่านได้ว่า E = ลวดก้าน, 70 = แรงดึง 70,000 psi, 1 = เชื่อมได้ทุกท่า, 8 = ฟลักซ์ Low Hydrogen ใช้ได้ทั้ง AC และ DC รหัสจึงไม่ใช่แค่ชื่อรุ่น แต่บอกขอบเขตการใช้งานและข้อกำหนดของลวดเส้นนั้นตั้งแต่ยังไม่เปิดกล่อง แต่ละส่วนของรหัสมีความหมายดังนี้
- ชนิดลวด E = ลวดก้าน, ER = ลวดตันสำหรับ MIG (ม้วน) หรือลวดเติม TIG (ก้านเปลือย)
- ความต้านทานแรงดึง หน่วย psi เช่น 60 = 60,000 psi, 70 = 70,000 psi
- ตำแหน่งเชื่อมที่ใช้ได้ 1 = ทุกท่า, 2 = ท่าราบและนอนเชื่อมเท่านั้น
- ชนิดฟลักซ์และกระแสไฟที่รองรับ AC, DC+ หรือทั้งคู่ ขึ้นกับตัวเลขท้าย
งานที่มีแบบเชื่อม รายการวัสดุ หรือข้อกำหนดจากลูกค้าระบุไว้ชัดแล้ว ควรยึดรหัสและมาตรฐานนั้นเป็นหลักเสมอ จะเปลี่ยนยี่ห้อได้ก็ต่อเมื่อ Classification และคุณสมบัติเทียบเท่ากันจริง พร้อมมีใบรับรองหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ยืนยัน ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะราคาใกล้กันหรือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากันเฉยๆ
ลวดที่เชื่อมไม่ดี อาจเสียตั้งแต่ก่อนเปิดเครื่อง
ลวดก้านที่รับความชื้นอาจจุดอาร์กยาก เกิดรูพรุน หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อบกพร่องในงานบางประเภท โดยเฉพาะลวดไฮโดรเจนต่ำซึ่งมีข้อกำหนดการเก็บและอบลวดต่างจากลวดใช้งานทั่วไป การอบใหม่ต้องทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ใช่นำลวดทุกชนิดเข้าเตาโดยใช้อุณหภูมิเดียวกัน
ลวดแบบม้วนมีปัญหาอีกลักษณะหนึ่ง ผิวลวดที่ขึ้นสนิม มีฝุ่น หรือม้วนเก็บไม่ดีจะเพิ่มแรงเสียดทานในระบบป้อนลวด ทำให้ลวดเดินสะดุด แนวเชื่อมไม่นิ่ง และทำให้อะไหล่สิ้นเปลืองสึกเร็วขึ้น ในหน้างานจริงจึงต้องมองลวด เครื่องป้อน สายปืนเชื่อม ลูกกลิ้ง และ Contact Tip เป็นระบบเดียวกัน
4 เทคนิคเลือกยี่ห้อลวดเชื่อม ให้ได้คุณภาพตรงปก
- Classification ชัดเจน มีรหัสมาตรฐานตรงกับที่งานต้องการ
- ขนาดและบรรจุภัณฑ์ตรงกับเครื่อง ไม่ต้องปรับเครื่องเพิ่มโดยไม่จำเป็น
- มีเอกสารผลิตภัณฑ์/ใบรับรอง สำหรับโครงการที่ต้องอ้างอิงมาตรฐาน
- หาซื้อซ้ำได้ตลอดช่วงงาน ล็อตต่อล็อตต้องสม่ำเสมอ
สำหรับโรงงาน ความสม่ำเสมอระหว่างล็อตและการมีผู้ช่วยตรวจเกรดอาจมีค่ามากกว่าส่วนต่างราคาต่อกิโลกรัม เพราะลวดที่เปลี่ยนพฤติกรรมระหว่างการผลิตทำให้ต้องตั้งเครื่องใหม่ เกิดงานแก้ และเสียเวลา หากเป็นงานที่อ้างอิง CE, ISO หรือมาตรฐานอื่น ต้องตรวจเอกสารของสินค้ารุ่นนั้นโดยตรง ไม่ควรเหมารวมจากมาตรฐานของผลิตภัณฑ์คนละรุ่น
ลวดเชื่อมในแต่ละประเภทการใช้งาน
- งานรั้วหรือซ่อมเหล็กทั่วไป เน้นจุดอาร์กง่าย ใช้งานสะดวก
- งานชิ้นส่วนรถยนต์ เน้นความสม่ำเสมอของลวดและสะเก็ด เพื่อลดงานเก็บผิว
- อู่ต่อเรือและงานโครงสร้าง เน้นตำแหน่งเชื่อม ความเหนียว และข้อกำหนดในแบบ
- โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม เน้นวัสดุสเตนเลส เกรดลวด การควบคุมความร้อน และการทำความสะอาดหลังเชื่อม
ยี่ห้อลวดแทบไม่เคยเป็นต้นตอของปัญหาแนวเชื่อมจริงๆ จากที่เห็นในหน้างานหลายอุตสาหกรรม ปัญหาส่วนใหญ่มาจากใช้ลวดผิดวัตถุประสงค์ การเก็บผิดวิธี ตั้งเครื่องไม่สัมพันธ์กับขนาดลวด หรือใช้แก๊สไม่ถูกกับตู้เชื่อม หากกำลังมองหาลวดเชื่อมคุณภาพดี KOVET มีลวดครอบคลุมทุกการใช้งาน พร้อมทีมที่ปรึกษาได้ว่าลวดเข้ากับเครื่อง แก๊ส วัสดุ และรูปแบบการผลิตจริงก่อนสั่ง ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรใช้ลวดกลุ่มไหน ส่งข้อมูลวัสดุ ความหนา กระบวนการเชื่อม และรหัสที่ระบุในแบบมาตรวจก่อนได้เลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ซื้อลวดเชื่อมยี่ห้อไหนดี
ยี่ห้อที่ดีคือยี่ห้อที่ Classification ตรงกับประเภทการใช้งาน มีเอกสารรับรอง และหาซื้อซ้ำได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ยี่ห้อที่ขายดีที่สุดหรือราคาถูกที่สุด
ลวดเชื่อม KOVET ดีไหม
KOVET มีลวดหลายกระบวนการภายใต้แบรนด์ KOVET, Alibaba และ Magic Lamp ใช้งานในอุตสาหกรรมหลากหลายตั้งแต่อู่ต่อเรือ โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์ ไปจนถึงโรงงานอาหาร ก่อนสั่งควรตรวจว่า Classification ตรงกับงาน และมีเอกสารรับรองพร้อมหรือเปล่า
ลวดเชื่อมราคาถูกกับแพงต่างกันยังไง
จริงๆ แล้วราคาไม่ได้การันตีคุณภาพแนวเชื่อม ลวดราคาถูกที่ Classification ตรงงานอาจให้ผลดีกว่าลวดแพงที่เลือกผิดประเภท ที่ต่างกันจริงคือความสม่ำเสมอระหว่างล็อต ซึ่งสำคัญมากในงานผลิตต่อเนื่อง
ลวดเชื่อมยี่ห้อเดิมหมด เปลี่ยนยี่ห้อได้เลยไหม
ได้ถ้า Classification เทียบเท่ากันและมีเอกสารยืนยัน แต่ถ้าเป็นงานที่มีสเปคจากลูกค้าหรือแบบเชื่อมกำกับ ต้องตรวจให้ชัดก่อนเปลี่ยน ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะขนาดเท่ากันหรือราคาใกล้กัน
ซื้อลวดเชื่อมออนไลน์ได้ไหม
ได้ แต่ต้องตรวจ Classification บนบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับที่งานต้องการก่อน และควรซื้อจากแหล่งที่หาซื้อซ้ำได้ต่อเนื่อง เพื่อให้ล็อตต่อล็อตนิ่งพอสำหรับงานผลิต