เชื่อมไม่ติดเกิดจากอะไร? ปัญหาส่วนใหญ่มักอยู่ที่กระแสเชื่อม ลวดเชื่อม จุดสัมผัสไฟ ผิวชิ้นงาน และการตั้งค่าเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ไม่ใช่เครื่องเสียอย่างที่มักสงสัยกัน อาการที่เจอบ่อยคือจุดอาร์กไม่ติด ลวดติดชิ้นงาน แนวเชื่อมไม่ไหล หรือเชื่อมติดแล้วหลุดง่าย วิธีหาต้นเหตุที่เร็วที่สุดคือไล่เช็กตามลำดับ 7 ข้อในบทความนี้ จากจุดที่พบบ่อยและแก้ง่ายไปหาจุดที่ลึกขึ้น ดีกว่าลองผิดลองถูกปรับที่เครื่อง
เชื่อมเหล็กไม่ติด ต้องดูอะไรก่อน
ก่อนเปลี่ยนเครื่องหรือโทษลวดเชื่อม ให้ไล่เช็กจากจุดที่เจอบ่อยและแก้ได้เร็วที่สุดก่อน โดยเฉพาะงาน MMA หรือเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ใช้ลวดเชื่อมธูป
- กระแสเชื่อมสัมพันธ์กับขนาดลวดหรือไม่?
- สายกราวด์หนีบแน่นและสัมผัสโลหะจริงหรือไม่?
- ลวดเชื่อมแห้งและไม่เสื่อมสภาพหรือไม่?
- ผิวชิ้นงานมีสนิม สี น้ำมัน หรือคราบหนาเกินไปหรือไม่?
- ระยะอาร์กสั้นหรือยาวเกินไปหรือไม่?
ถ้าเช็กครบแล้วยังมีปัญหา ค่อยดูเรื่องโหมดเครื่อง ขั้วไฟ ประเภทลวด และ Duty cycle เพิ่มเติม
7 สาเหตุหลักที่ทำให้เชื่อมไม่ติด พร้อมวิธีแก้
1. ตั้งกระแสไฟไม่เหมาะกับลวดและชิ้นงาน
สาเหตุอันดับแรกของอาการเชื่อมไม่ติดคือกระแสเชื่อมต่ำหรือสูงเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดลวดและความหนาชิ้นงาน กระแสต่ำทำให้ลวดติดชิ้นงานง่าย จุดอาร์กยาก แนวเชื่อมไม่ไหล ส่วนกระแสสูงเกินไปทำให้อาร์กรุนแรง สะเก็ดมาก และชิ้นงานบางอาจทะลุ
|
ดูอะไร |
วิธีแก้ |
|
ขนาดลวดเชื่อมที่ใช้ |
ตั้งกระแสให้สัมพันธ์กับขนาดลวด โดยเริ่มจากช่วงกลางของค่าที่ผู้ผลิตลวดแนะนำ แล้วปรับทีละน้อย |
|
ความหนาของชิ้นงาน |
งานบางให้ลดกระแสและคุมระยะอาร์กให้สั้นขึ้น |
|
อาการของแนวเชื่อม |
ลวดติดบ่อยให้เพิ่มกระแสเล็กน้อย สะเก็ดมากหรืองานทะลุให้ลดกระแส |
|
เศษชิ้นงานสำหรับทดลอง |
ทดลองเชื่อมบนเศษงานก่อนเริ่มงานจริง จะได้ไม่ต้องปรับค่ากลางคัน |
2. สายกราวด์หรือจุดสัมผัสไฟไม่ดี
เครื่องเชื่อมไฟฟ้าต้องมีวงจรไฟครบ จากเครื่องไปยังลวด ผ่านอาร์กลงชิ้นงาน แล้วกลับผ่านสายกราวด์ ถ้าหนีบกราวด์ไม่แน่น หรือหนีบบนสี สนิม และโลหะสกปรก วงจรไฟจะไม่เสถียร อาการคือจุดอาร์กติดยาก เชื่อมติดบ้างไม่ติดบ้าง หรือแนวเชื่อมเย็นกว่าที่ควร
|
ดูอะไร |
วิธีแก้ |
|
ตำแหน่งหนีบสายกราวด์ |
หนีบใกล้บริเวณเชื่อม และไม่หนีบไกลเกินไปในงานที่ต้องการกระแสไฟนิ่ง |
|
ผิวโลหะบริเวณที่หนีบ |
ขัดสี สนิม คราบออกให้ถึงเนื้อโลหะก่อนหนีบ |
|
ความแน่นของปากคีบ |
หนีบให้เต็มหน้า ไม่หลวม ไม่ขยับ |
|
สภาพสายกราวด์และหัวต่อ |
เช็กรอยไหม้และความแน่นของข้อต่อ หากพบจุดหลวมให้ขันแน่นหรือเปลี่ยนใหม่ทันที |
3. เลือกขนาดลวดเชื่อมผิดประเภทการใช้งาน
ขนาดลวดมีผลทั้งกับการตั้งกระแสไฟ และการเริ่มอาร์ก ลวดเล็กเกินไปเติมเนื้อเชื่อมไม่พอสำหรับงานหนา ลวดใหญ่เกินไปต้องใช้กระแสสูงขึ้น ถ้าเครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือระบบไฟหน้างานไม่รองรับ ลวดจะติดง่ายและแนวเชื่อมไม่ต่อเนื่อง
วิธีแก้คือเริ่มจากความหนาชิ้นงานก่อน งานบางใช้ลวดเล็กที่คุมบ่อหลอมง่ายกว่า งานหนาค่อยขยับขนาดลวดขึ้นพร้อมเช็กว่าเครื่องรองรับกระแสที่ต้องใช้ ใครยังเลือกไม่ถูกระหว่างสองขนาดยอดนิยม ควรเข้าใจก่อนว่าลวดเชื่อม 2.6 กับ 3.2 ต่างกันยังไงและเหมาะกับงานแบบไหนแล้วค่อยตั้งกระแสตามขนาดที่เลือก
4. ลวดเชื่อมชื้นหรือเก็บผิดวิธี
ลวดที่ชื้นหรือสารพอกหุ้มเสื่อมสภาพ ทำให้จุดอาร์กยาก อาร์กไม่นิ่ง แนวเชื่อมมีรูพรุน และเชื่อมแล้วไม่แน่น โดยเฉพาะลวดกลุ่มไฮโดรเจนต่ำที่ไวต่อความชื้นกว่าลวดงานทั่วไป
*จุดสังเกต คือ ถ้าอาร์กไม่นิ่งหรือแนวพรุนทั้งที่ตั้งเครื่องเหมือนเดิม ให้สงสัยลวดก่อนปรับกระแสไฟ
วิธีป้องกันและแก้ไข :
- หลีกเลี่ยงการใช้ลวดเชื่อมที่ สารพอกหุ้มแตก หลุด หรือวางในที่ชื้นมานาน
- เปิดกล่องแล้วปิดเก็บให้ดี วางในพื้นที่แห้ง
- ลวดที่ต้องอบหรือเก็บตามเงื่อนไขเฉพาะ ให้ทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต
5. ผิวชิ้นงานมีสนิม สี น้ำมัน หรือคราบสกปรก
ชิ้นงานที่มีสนิม สี คราบน้ำมัน หรือผิวเคลือบหนา ทำให้อาร์กไม่เสถียรและเนื้อเชื่อมไม่เกาะโลหะ อาการคือเชื่อมติดยาก แนวพรุน หรือแนวเชื่อมลอยอยู่บนผิวโดยไม่กินเนื้องาน
วิธีแก้ตรงไปตรงมา คือขัดเปิดผิวให้ถึงเนื้อโลหะก่อนเชื่อมเสมอ ทั้งบริเวณแนวเชื่อมและจุดหนีบกราวด์ คราบน้ำมันหรือจาระบีให้เช็ดออกให้หมด ส่วนผิวเคลือบหรือสีหนาห้ามเชื่อมทับโดยตรง ต้องเจียรเปิดผิวก่อน ถ้าทำครบแล้วแนวยังไม่เกาะ ค่อยกลับไปดูเรื่องกระแส
6. ระยะอาร์ก มุมลวด หรือวิธีเริ่มอาร์กยังไม่ถูก
ต่อให้ตั้งเครื่องถูกและลวดดี อาการเชื่อมไม่ติดก็เกิดได้จากมือ กดลวดจมชิ้นงานเกินไปลวดจะติดทันที ยกห่างเกินไปอาร์กจะไม่นิ่งและแนวกระเด็น
- รักษาระยะอาร์กให้สั้นและสม่ำเสมอ ไม่กดลวดจมลงบนชิ้นงาน
- จับมุมลวดให้คงที่ ไม่เปลี่ยนมุมเร็วระหว่างเดินแนว
- มือใหม่ให้ฝึกแตะหรือขีดลวดบนเศษเหล็กก่อนเริ่มงานจริง
- ถ้าเครื่องเชื่อมไฟฟ้ามีฟังก์ชัน Hot Start หรือ Arc Force ควรปรับตั้งค่าให้เหมาะกับขนาดลวดและงาน
7. เลือกประเภทลวดหรือโหมดเชื่อมไม่เหมาะสม
ลวดเชื่อมธูป ลวด MIG ลวดฟลักซ์คอร์ ลวดสเตนเลส และลวดอะลูมิเนียม ออกแบบมาสำหรับวัสดุและกระบวนการเชื่อมต่างกัน ใช้แทนกันแบบเหมารวมไม่ได้ เลือกผิดประเภทแล้วต่อให้ตั้งเครื่องยังไงก็เชื่อมติดยาก หรือติดแต่คุณภาพไม่ตรงสเปก
หลักคือเลือกลวดให้ตรงวัสดุก่อน แล้วเช็กว่าโหมดเครื่อง (MMA, MIG หรือ TIG) กับขั้วไฟตรงตามที่ลวดกำหนด ใครยังไม่แน่ใจว่าหน้างานตัวเองควรใช้ลวดกลุ่มไหน ควรรู้ก่อนว่าลวดเชื่อมมีกี่ประเภทและแต่ละประเภทใช้กับงานอะไรจะได้ไม่เลือกผิดตั้งแต่ต้นทาง
เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและ Duty cycle เกี่ยวกับปัญหาเชื่อมไม่ติดยังไง
บางครั้งเชื่อมติดปกติตอนต้น แต่พองานลากยาวเครื่องกลับสะดุดหรืออาร์กหาย อาการแบบนี้ไม่ใช่ 7 ข้อข้างบน แต่คือเครื่องทำงานเกิน Duty Cycle จนระบบป้องกันความร้อนตัด
ค่า Duty Cycle บอกเวลาทำงานต่อเนื่องของเครื่องในรอบ 10 นาที เช่น 60% หมายถึงเชื่อมได้ราว 6 นาทีแล้วพักเครื่อง 4 นาที เครื่องเชื่อมไฟฟ้าราคาประหยัดมักมีค่านี้ต่ำ เจองานต่อเนื่องแล้วต้องหยุดบ่อย ถ้างานของคุณเป็นแบบนั้น ก่อนซื้อเครื่องควรรู้ว่าค่า Duty Cycle คืออะไร ดูยังไงก่อนซื้อเครื่องเชื่อม เพื่อเลือกรุ่นที่รองรับชั่วโมงงานจริง
ก่อนสรุปว่าเครื่องเสีย ต้องดูอะไรก่อน
อาการเชื่อมไม่ติดส่วนใหญ่มาจากจุดเล็ก ๆ ที่แก้เองได้ ก่อนส่งซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่อง ให้ไล่เช็กตามตารางนี้อีกรอบ ถ้าครบแล้วยังมีปัญหา ค่อยให้ผู้จำหน่ายหรือช่างตรวจเครื่อง สายเชื่อม หัวจับลวด และระบบจ่ายกระแส
|
ดูอะไร |
ปัญหา |
วิธีแก้ |
|
กระแสไฟ เชื่อม |
ลวดติด จุดอาร์กยาก แนวไม่ไหล |
ปรับกระแสไฟตามขนาดลวดและลองบนเศษงาน |
|
สายกราวด์ |
อาร์กติดบ้างไม่ติดบ้าง |
ขัดผิวและหนีบกราวด์ใหม่ |
|
สภาพลวดเชื่อม |
อาร์กไม่นิ่ง แนวพรุน |
เปลี่ยนลวดแห้งหรือนำลวดเข้าตู้อบลวดเชื่อม |
|
ผิวชิ้นงาน |
แนวเชื่อมไม่เกาะหรือมีรูพรุน |
ขัดสนิม สี น้ำมัน และคราบออก |
|
Duty cycle |
เชื่อมต่อเนื่องแล้วเครื่องสะดุด |
พักเครื่องตามสเปกหรือเลือกรุ่นที่รองรับงานหนักขึ้น |
เช็กก่อนใช้ ลดปัญหาเชื่อมไม่ติดตั้งแต่ต้น
เชื่อมไม่ติดเกิดจากอะไร ให้ไล่จากกระแสไฟ กราวด์ ขนาดและสภาพลวด ผิวชิ้นงาน เทคนิคเริ่มอาร์ก ประเภทลวด แล้วปิดท้ายที่ Duty Cycle ของเครื่อง เช็กตามลำดับนี้จะเจอต้นเหตุเร็วกว่าปรับเครื่องแบบเดาสุ่ม และส่วนใหญ่จบได้โดยไม่ต้องส่งซ่อม
ถ้าเช็กแล้วพบว่าปัญหาอยู่ที่อุปกรณ์ ดูเครื่องเชื่อมไฟฟ้าได้ที่หมวดเครื่องเชื่อม ตัดและลวดเชื่อมที่หมวดลวดเชื่อมของ KOVET หรือทักมาเล่าอาการที่เจอได้ที่ LINE @waf5269g ให้ทีมช่วยดูว่าปัญหาอยู่ที่เครื่อง ลวด หรือการตั้งค่า ก่อนตัดสินใจซื้ออะไรเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาเชื่อมไม่ติด
เชื่อมไม่ติดเกิดจากอะไรบ่อยที่สุด?
○ สาเหตุที่พบบ่อยคือกระแสเชื่อมไม่เหมาะกับขนาดลวด กราวด์สัมผัสไม่ดี ลวดเชื่อมชื้น ผิวชิ้นงานสกปรก หรือระยะอาร์กไม่ถูก ควรเช็กจากจุดเหล่านี้ก่อนสรุปว่าเครื่องเสีย
ลวดเชื่อมติดชิ้นงานตลอดต้องแก้อะไร?
○ ให้เริ่มจากเพิ่มกระแสทีละน้อย ตรวจขนาดลวด เช็กว่าลวดแห้งหรือไม่ และคุมระยะอาร์กให้สั้นแต่ไม่กดลวดจมลงไปบนชิ้นงาน หากกราวด์ไม่แน่นควรแก้จุดนั้นก่อนเชื่อมต่อ
ลวดเชื่อมชื้นทำให้เชื่อมไม่ติดได้ไหม?
○ ลวดเชื่อมชื้นทำให้อาร์กไม่นิ่ง จุดติดยาก แนวเชื่อมพรุน และคุณภาพแนวเชื่อมลดลงได้ ควรเก็บลวดในที่แห้ง และหลีกเลี่ยงการใช้ลวดที่สารพอกหุ้มแตก หลุด หรือดูดความชื้นมากเกินไป
Duty cycle ทำให้เชื่อมไม่ติดได้ไหม?
○ ถ้าใช้งานเครื่องต่อเนื่องเกิน Duty cycle เครื่องอาจร้อนหรือเข้าสู่ระบบป้องกัน ทำให้งานสะดุดหรือเชื่อมต่อไม่ได้ตามปกติ ควรพักเครื่องตามรอบที่สเปกระบุ หรือเลือกรุ่นที่รองรับงานต่อเนื่องมากขึ้น
ก่อนซื้อเครื่องเชื่อมควรดูอะไรเพื่อลดปัญหาเชื่อมไม่ติด
○ ควรดูระบบเชื่อมที่ใช้ เช่น MMA, MIG หรือ TIG ช่วงกระแสที่รองรับ ขนาดลวดที่ใช้ได้ Duty cycle สภาพสายและอุปกรณ์ร่วม รวมถึงความเหมาะสมกับวัสดุและชั่วโมงใช้งานจริง