ตะกร้า 0

เจาะมาตรฐาน AWS ของลวดเชื่อม E6013 กับ E7018 ต่างกันอย่างไร

เจาะมาตรฐาน AWS ของลวดเชื่อม E6013 กับ E7018 ต่างกันอย่างไร

16 มิถุนายน 2026

เวลาหยิบลวดเชื่อมขึ้นมาดู คนหน้างานจำนวนมากคุ้นกับรหัสอย่าง E6013 หรือ E7018 แต่ไม่ได้แปลว่าอ่านความหมายของมันออกจริง ๆ ทั้งที่รหัสพวกนี้ไม่ได้มีไว้แค่แยกรุ่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน AWS A5.1 ซึ่งใช้จัดชั้นลวดเชื่อมธูปสำหรับเหล็กกล้าคาร์บอน และใช้บอกทั้งคุณสมบัติของแนวเชื่อม การใช้งาน และเงื่อนไขพื้นฐานของลวดแต่ละกลุ่ม 

จุดที่หลายคนอยากรู้จริง ๆ ไม่ได้อยู่แค่ว่า E6013 เชื่อมง่าย หรือ E7018 ใช้กับงานโครงสร้างบ่อยกว่า แต่อยู่ที่ว่า สองตัวนี้ต่างกันตรงไหนในเชิงมาตรฐาน และทำไมความต่างนั้นถึงส่งผลกับงานจริง บทความนี้จะพาอ่านรหัสให้เป็นก่อน แล้วค่อยแยกให้เห็นว่า E6013 กับ E7018 ต่างกันอย่างไรในมุมที่เกี่ยวกับการใช้งานและคุณสมบัติของแนวเชื่อมโดยตรง 

AWS A5.1 ของลวดเชื่อมธูป ดูอะไรบ้าง

AWS A5.1/A5.1M:2025 เป็นมาตรฐานที่ใช้จัดชั้นลวดเชื่อมธูปสำหรับเหล็กกล้าคาร์บอน โดยในมาตรฐานฉบับนี้ไม่ได้ดูแค่ชื่อรหัส แต่ดูตั้งแต่ส่วนผสมของแนวเชื่อม คุณสมบัติเชิงกล ความสมบูรณ์ของแนวเชื่อม การทดสอบการใช้งานจริง ไปจนถึงความชื้นของสารพอกหุ้มในลวดกลุ่มไฮโดรเจนต่ำ และยังมีข้อกำหนดเสริมสำหรับความเหนียว ความเหนียวตัว และปริมาณไฮโดรเจนแพร่ได้ในบางกลุ่มด้วย

พูดให้เข้าใจง่าย มาตรฐานนี้มีไว้เพื่อให้รหัสบนกล่องลวดเชื่อมบอกอะไรได้มากกว่าชื่อการค้า เช่น บอกว่าลวดกลุ่มนี้เหมาะกับงานเหล็กแบบไหน ให้กำลังขั้นต่ำระดับใด และมีเงื่อนไขเรื่องฟลักซ์หรือกระแสอย่างไร ดังนั้นเวลาเลือกใช้ลวดเชื่อม รหัส AWS จึงสำคัญกว่าการจำแค่ว่าลวดยี่ห้อไหนเชื่อมลื่นมือกว่า 

อ่านรหัส E6013 และ E7018 อย่างไร

วิธีอ่านรหัสเริ่มจากตัวอักษร E ซึ่งหมายถึงลวดเชื่อมไฟฟ้าแบบเชื่อมธูป ส่วนเลขสองหลักแรกของรหัส 4 หลักใช้บอก ค่ากำลังรับแรงดึงขั้นต่ำของแนวเชื่อม เช่น 60 หมายถึงอย่างน้อย 60 ksi และ 70 หมายถึงอย่างน้อย 70 ksi ขณะที่เลข 1 หมายถึงใช้ได้ทุกท่าเชื่อม ไม่ได้จำกัดแค่ท่าราบอย่างเดียว

ส่วนที่คนมักมองข้ามคือเลขท้าย เพราะเลขนี้บอกทั้งชนิดของสารพอกหุ้มและชนิดกระแสที่รองรับ จากตารางของ Hobart กลุ่ม 13 เป็นฟลักซ์ไทเทเนียมโพแทสเซียม ใช้ได้กับ AC, DCEP และ DCEN ขณะที่กลุ่ม 18 เป็นฟลักซ์แบบไฮโดรเจนต่ำผสมผงเหล็ก ใช้ได้กับ AC และ DCEP เป็นหลัก ตรงนี้เองที่ทำให้ลวดสองกลุ่มให้พฤติกรรมหน้างานต่างกันตั้งแต่จุดอาร์ก สแลก ไปจนถึงสมบัติของแนวเชื่อมหลังเชื่อมเสร็จ

e6013 กับ e7018 ต่างกันอย่างไร

ลวดเชื่อม E6013 กับ E7018 ต่างกันอย่างไร

ถ้ามองจากการใช้งานหน้างาน E6013 เป็นลวดที่พบได้บ่อยในงานทั่วไป เพราะจุดอาร์กติดง่าย เดินลวดไม่ยาก แนวเชื่อมค่อนข้างเรียบ และสแลกเอาออกง่าย จึงเหมาะกับงานประกอบทั่วไป งานซ่อมบำรุง หรืองานที่ต้องการความคล่องตัวในการเชื่อม มากกว่างานที่กดเรื่องสมบัติของแนวเชื่อมในระดับสูง

ส่วน E7018 จะเหมาะกับงานที่ต้องการสมบัติของแนวเชื่อมสูงขึ้น โดยเฉพาะงานรับแรง งานหลายชั้นแนว หรือจุดที่ต้องระวังเรื่องแตกร้าวจากไฮโดรเจน ลวดกลุ่มนี้จึงถูกใช้บ่อยในงานโครงสร้าง งานถังแรงดัน ท่อแรงดัน และงานอุตสาหกรรมที่ต้องการแนวเชื่อมที่แข็งแรงและไว้ใจได้มากกว่า พร้อมจุดเด่นเรื่องสแลกหลุดค่อนข้างง่าย สะเก็ดไม่มาก และเป็นลวดกลุ่มไฮโดรเจนต่ำ

ลวดเชื่อม E6013 กับ E7018 ต่างกันอย่างไรในงานรับแรง

ความต่างที่เห็นชัดที่สุดอยู่ที่สมบัติขั้นต่ำของแนวเชื่อมตามมาตรฐาน ฝั่ง E6013 ระบุค่าไว้ที่ Yield Strength 48 ksi, Tensile Strength 60 ksi และ Elongation 17% โดยในชุดข้อมูลนี้ไม่ได้กำหนดค่าแรงกระแทกขั้นต่ำไว้แบบที่พบในลวดบางกลุ่มซึ่งใช้กับงานที่ต้องคุมคุณสมบัติมากกว่า

ส่วนฝั่ง E7018 ซึ่งอยู่ในกลุ่ม AWS E7018 H4R / E7018-1 H4R จะให้ค่าขั้นต่ำสูงกว่า คือ Yield Strength 58 ksi, Tensile Strength 70 ksi และ Elongation 22% พร้อมข้อกำหนดเรื่องแรงกระแทกที่อุณหภูมิต่ำ และการควบคุมไฮโดรเจนแพร่ได้ไม่เกิน 4 mL/100g ในกลุ่ม H4R จึงเห็นได้ว่า E7018 ไม่ได้เด่นแค่เรื่องแรงดึงสูงกว่า แต่ยังเหมาะกับงานที่ต้องการความเหนียวของแนวเชื่อม และต้องลดความเสี่ยงเรื่องแตกร้าวมากกว่า

ในงานทั่วไป E6013 จะเหมาะกับงานที่เน้นเชื่อมง่าย ใช้งานคล่อง และไม่ได้กดเรื่องสมบัติเชิงกลของแนวเชื่อมมากนัก ส่วน E7018 จะเหมาะกับงานที่ต้องการแนวเชื่อมรับแรงได้มากกว่า ทนงานหนักกว่า และควบคุมความเสี่ยงจากไฮโดรเจนได้ดีกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้กับงานโครงสร้าง งานถังแรงดัน หรือชิ้นงานที่เงื่อนไขหน้างานเข้มกว่าปกติ

เลือก E6013 หรือ E7018 ให้ตรงกับงาน

 

ลวดเชื่อม

เหมาะกับงาน

จุดเด่น

ข้อควรระวัง

E6013

งานทั่วไป งานซ่อม งานแผ่นบาง

เชื่อมง่าย สแลกออกง่าย

ไม่เหมาะกับงานรับแรงมาก

E7018

งานโครงสร้าง งานรับแรง งานหลายชั้นแนว

แนวเชื่อมแข็งแรงกว่า ลดเสี่ยงแตกร้าว

ต้องระวังเรื่องความชื้น

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยเรื่องรหัส AWS

อย่างแรกคือคิดว่ารหัส AWS บอกทุกอย่างเกี่ยวกับลวดเชื่อม ทั้งที่จริงมันบอก กรอบขั้นต่ำตามมาตรฐาน ไม่ได้แปลว่าลวดคนละยี่ห้อในรหัสเดียวกันจะให้ฟีลงานเหมือนกันเป๊ะ เพราะแต่ละผู้ผลิตยังมีการปรับสูตร การคุมการเดินอาร์ก และพฤติกรรมของสแลกให้ต่างกันได้ภายในกรอบเดียวกัน

อีกอย่างคือคิดว่าเลขสูงกว่าต้องดีกว่าเสมอ ซึ่งไม่จริงทั้งหมด เพราะลวดที่ให้สมบัติสูงกว่าอาจไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ง่ายที่สุดสำหรับงานซ่อมทั่วไป ขณะเดียวกันลวดที่ใช้ง่ายอย่าง E6013 ก็ไม่ควรถูกลากไปใช้แทนลวดกลุ่มไฮโดรเจนต่ำในงานที่ต้องคุมกำลังรับแรงและความเสี่ยงแตกร้าวมากกว่าเดิม การเลือกลวดจึงต้องดูทั้งมาตรฐานและลักษณะงาน ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขบนกล่อง 

อ่านรหัสให้เป็น เลือกลวดได้ง่ายขึ้น

สุดท้ายแล้ว E6013 กับ E7018 ไม่ได้ต่างกันแค่ชื่อเรียกหรือความคุ้นมือ แต่ต่างกันตั้งแต่ชนิดฟลักซ์ กำลังรับแรงขั้นต่ำ กระแสที่รองรับ ไปจนถึงแนวทางใช้งานในงานจริง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มแตะงานที่เกี่ยวกับโครงสร้างหรือชิ้นงานที่ไม่อยากเสี่ยงเรื่องแตกร้าว การอ่านรหัส AWS ให้เป็นจึงช่วยตัดสินใจได้ดีกว่าการจำแค่ว่า “ลวดตัวนี้เชื่อมง่าย” หรือ “ลวดตัวนั้นนิยมใช้ในไซต์งาน” อย่างเดียว 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

AWS A5.1 คืออะไร
คือมาตรฐานที่ใช้จัดชั้นลวดเชื่อมธูปสำหรับเหล็กกล้าคาร์บอน โดยดูทั้งส่วนผสม คุณสมบัติเชิงกล ความสมบูรณ์ของแนวเชื่อม การทดสอบการใช้งาน และข้อกำหนดเรื่องความชื้นของลวดกลุ่มไฮโดรเจนต่ำ 

E6013 กับ E7018 ต่างกันที่จุดไหนมากที่สุด
ต่างกันชัดที่สุดที่ชนิดฟลักซ์และระดับสมบัติของแนวเชื่อม โดย E6013 ไปทางใช้งานง่ายและงานทั่วไป ส่วน E7018 ไปทางงานรับแรงและงานที่ต้องลดความเสี่ยงจากไฮโดรเจนมากกว่า

เลข 1 ใน E6013 และ E7018 หมายถึงอะไร
หมายถึงใช้ได้ทุกท่าเชื่อม ไม่ได้จำกัดแค่ท่าราบหรือท่านอนอย่างเดียว

ทำไม E7018 ถึงถูกใช้บ่อยในงานโครงสร้าง
เพราะให้ค่ากำลังขั้นต่ำสูงกว่า และลวดกลุ่มนี้ยังไปทางไฮโดรเจนต่ำ จึงเหมาะกับงานที่ต้องคุมสมบัติเชิงกลและลดความเสี่ยงแตกร้าวมากกว่างานทั่วไป

E6013 ใช้งานโครงสร้างได้ไหม
ขึ้นอยู่กับแบบงาน มาตรฐานที่อ้างอิง และข้อกำหนดของงานนั้น ๆ งานบางประเภทอาจใช้ได้ แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องคุมกำลังรับแรงหรือความเสี่ยงแตกร้าวมากขึ้น คนส่วนใหญ่จะพิจารณาลวดกลุ่ม 7018 มากกว่า

ทีมงานที่เชี่ยวชาญของเรายินดีให้คำปรึกษา

หากสนใจสินค้าโคเวท สามารถติดต่อเราได้ที่

@kovet

[email protected]